“คุสุคิริ” ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่อยากชวนให้ลองในช่วงหน้าร้อน

อากาศที่ร้อนอบอ้าวของญี่ปุ่นหลังเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว ทำให้หลายๆ คนอยากทานของหวานที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและกระชุ่มกระชวยในระหว่างวัน เมื่อนึกถึงหน้าร้อนญี่ปุ่นแล้วก็นึกถึงขนมชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นใส เน้นเสิร์ฟเย็นๆ ช่วยดับร้อนได้เป็นอย่างดี ขนมชนิดนี้เรียกว่า “คุสุคิริ” มารู้จักกับขนมดับร้อนชนิดนี้และวิธีทำเองแบบง่ายๆ กันค่ะ

คุสุคิริ คืออะไร?

“คุสุคิริ (葛切り)” เป็นขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่กลางสมัยเอโดะโดยมีต้นกำเนิดจากจังหวัดเกียวโต ทำจากแป้งคุสุ หรือแป้งเท้ายายม่อมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมักจะนิยมรับประทานคุสุคิริในช่วงหน้าร้อนเพื่อดับร้อน ปัจจุบันขนมคุสุคิริเป็นที่แพร่หลายและหาพบได้ทั่วไปในญี่ปุ่นทั้งฝั่งคันโตและคันไซ เพียงแต่จะมีลักษณะและวิธีการทานแตกต่างกัน โดยทางฝั่งคันโตนิยมทานคุสุคิริโดยผสมซอสที่มีส่วนผสมน้ำส้มสายชู โชยุ และเหล้ามิริน ส่วนทางฝั่งคันไซมักจะทานโดยราดน้ำเชื่อมคุโรมิตสุ

วิธีทำคุสุคิริ (สำหรับ 2 ที่)

ส่วนผสม

  • แป้งคุสุ 50 กรัม
  • น้ำ 150 มล.
  • น้ำร้อน พอประมาณ
  • น้ำแข็ง พอประมาณ
  • น้ำเชื่อมคุโรมิตสุ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งคุสุ

วิธีทำ

1. กรองแป้งคุสุโดยบี้ผ่านตะแกรงให้ละเอียดลงในโถ

2. ผสมน้ำ คนผสมให้เข้ากันดี จากนั้นจึงนำมาผ่านการกรองอีกครั้ง

3. รินลงถาดที่ที่มีขนาดลึก 5 มล.

4. ตั้งน้ำร้อนในกระทะให้เดือด จากนั้นนำถาดที่เราผสมในขั้นตอนที่ 3 ลงไปอังเหนือน้ำร้อน

5. เมื่อขนมเซตตัวแข็ง ให้แช่เนื้อลงไปในน้ำร้อนให้ท่วม

 

6. แช่น้ำร้อนจนกว่าจะตัวขนมจะใส ก็ยกถาดออกจากน้ำร้อนแล้วแช่ในน้ำผสมน้ำแข็งทันที

7. จากนั้นเลาะขนมออกจากถาดในขณะอยู่ในน้ำที่ผสมน้ำแข็ง แล้วนำมาหั่นบนเขียงไม่ที่เปียกน้ำเป็นเส้น

8. จัดใส่ภาชนะ ราดน้ำเชื่อมคุโระมิตสุพร้อมรับประทาน

รสสัมผัสของคุสุคิริเส้นใสแวววาวมีความเหนียวนุ่มกำลังดี และมีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนขนมชนิดอื่นๆ ผสมกลมกล่อมกับซอส การรับประทานเย็นๆ แบบสดใหม่จะเพิ่มอรรถรสได้ดียิ่งขึ้น หากใครสนใจอยากลองทานคุสุคิริในช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่นแบบนี้ ลองไปทำตามกันดูได้เลยค่ะ    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Read More

กลิ่นแรงแต่อร่อย! ของหมักดองญี่ปุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง

เมื่อพูดถึงของหมักดองของญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันดี นั่นก็คือ “นัตโตะ” หรือ “ถั่วหมัก” นั่นเอง แม้ว่าอาหารหมักดองบางชนิดจะมีกลิ่นแรง หรือมีหน้าตาดูไม่น่ารับประทานเท่าไหร่ แต่ก็อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดี รวมทั้งแบคทีเรียที่ได้จากการหมักที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในระบบย่อยอาหาร และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย วันนี้เราได้รวบรวมของหมักดองที่นิยมทานกันในญี่ปุ่น มีทั้งเป็นอาหารและเครื่องดื่ม จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

1. นัตโตะ (納豆)

 

นัตโตะ ทำมาจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus Subtilis เป็นเวลา 24 ชั่วโมง คนญี่ปุ่นมักทานเป็นอาหารเช้าคู่กับข้าวสวย นัตโตะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ โปรตีน วิตามินบี 12 สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรไบโอติกส์ ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียตัวร้าย ทำให้ลำไส้แข็งแรง นอกจากนี้ในนัตโตะยังมีเอนไซม์ Nattokinase ที่เป็นผลผลิตจากการหมัก สามารถป้องกันอาการต่างๆ ของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ ช่วยสลายลิ่มเลือด และป้องกันเส้นเลือดอุดตันได้เป็นอย่างดี

2. คุซายะ (くさや)

 

คุซายะ เป็นปลาตากแห้งชนิดหนึ่ง มักนิยมทานแกล้มกับเหล้า หรือทานเป็นกับข้าวก็ได้ นิยมใช้ปลานกกระจอกหรือ ปลาทูแขก นำมาคว้านเอาเครื่องในออก แล้วนำไปใช่ในน้ำเกลือหมักที่เรียกว่า น้ำหมักคุซายะ เมื่อปลาถูกหมัก โปรตีนและไขมันในเนื้อปลาจะย่อยสลาย เกิดเป็นรสชาติอูมามิ ในบรรดาอาหารหมักดองของญี่ปุ่น คุซายะเป็นอาหารที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงสุดๆ หากนำไปย่าง กลิ่นจะยิ่งฉุนเตะจมูกเข้าไปอีก ถึงแม้ว่ากลิ่นจะแรง แต่ด้วยรสชาติอูมามิที่ได้จากการหมัก ทำเอาหลายคนที่ได้ลองทานติดอกติดใจในรสชาติจนลืมกลิ่นของคุซายะไปเลย

3. ฟุนะซูชิ (鮒寿司) และ นาเระซูชิ (熟れ鮨)

 

นาเระซูชิ อาหารหมักดองที่ได้จากการนำปลาไปหมักพร้อมกับเกลือและข้าวสุก เป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดชิกะ ใช้ปลานิโกโรบุนะหรือปลาทอง ปลาน้ำจืดที่จับจากทะเลสาบบิวะ ส่วนฟุนะซูชิ จะคล้ายๆ กัน แต่จะแตกต่างตรงวิธีการหมัก ฟุนะซูชิจะนำปลานิโกโรบุนะไปทาเกลือ ก่อนจะทำมาหมักกับข้าวสุก แล้วปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักโดยธรรมชาติ ฟุนะซูชิและนาเระซูชิต่างก็มีกลิ่นที่ค่อยข้างแรง มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ เป็นอาหารที่เข้ากันได้ดีกับเหล้า เพราะมีทั้งความเปรี้ยวและรสอูมามิคล้ายๆ กับชีสของฝรั่งนั่นเอง มักทานเล่นๆ เป็นกับแกล้ม หรือทานคู่กับข้าวราดน้ำชา

 

4. อิโมะ โจชู (芋焼酎)

 

อิโมะ โจชู เป็นเหล้ากลั่นที่ทำจากซัสสึมะอิโมะ หรือ มันหวานญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของเหล้าชนิดนี้คือมีรสหวานอ่อนๆ จากมันหวาน วัตถุดิบและวิธีการทำคือ นำมันหวานม โคจิ (ราที่ใช้ทำสาเก) น้ำ และยีสต์ หมักด้วยกันประมาณ 3 สัปดาห์ จะได้เหล้ากลั่นที่มีกลิ่นเข้มข้นของแอลกอฮอล์และมันหวาน สามารถดื่มได้ทันที หรือผสมกับน้ำเปล่า และสามารถดัดแปลงวิธีการดื่มตามชอบได้ แต่หากผสมกับน้ำร้อนจะช่วยดึงกลิ่นของอิโมะโจชูให้โดดเด่น และสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ชัดเจน              สล็อตเว็บตรง

Read More

แนะนำ 5 คาเฟ่ขนมฝรั่งเศส หรูหราลักชูรี่แบบเจ้าหญิงแห่งปารีส

ร้านขนมกับสาว ๆ นั้นเป็นของคู่กัน ยิ่งปัจจุบันผู้คนก็ยิ่งนิยมไปนั่งใช้เวลาตามคาเฟ่กันมากขึ้น หากเริ่มเบื่อคาเฟ่สไตล์เกาหลีมินิมอลบรรยากาศเดิม ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำคาเฟ่ขนมฝรั่งเศสสุดหรูที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกประหนึ่งเป็นเจ้าหญิงชั้นสูงสมัยอดีตเลยทีเดียว

Aux merveilleux de Fred

 

 

ร้านแรกคือ “Aux merveilleux de Fred” ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีคางุระซากะ นี่คือคาเฟ่ขนมฝรั่งเศสแห่งแรกในโตเกียวที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2020 ที่ชั้น 2-3 มีที่นั่งแบบระเบียงที่สามารถเพลิดเพลินไปกับขนมฝรั่งเศสแท้ ๆ ในบรรยากาศหรูหรา เมนูที่มาแล้วควรลองให้ได้คือ “Merveilleux” ขนมโบราณคลาสสิคของฝรั่งเศส หน้าตาดูดีและมีให้เลือกหลายรสชาติ สามารถสั่งกลับบ้านไปเป็นของฝากสำหรับครอบครัว เพื่อน ๆ และคนรัก

La Maison du Chocolat

 

 

ต่อไปคือ “La Maison du Chocolat” อยู่ที่ Roppongi Hills West Walk ชั้น 2 ใช้เวลาเดินประมาณ 8 นาทีจากสถานีรปปงหงิ เป็นร้านกาแฟที่สามารถเพลิดเพลินกับช็อกโกแลตเข้มข้นแท้ ๆ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในฝรั่งเศส เมนูแนะนำคือ “Hachette Gourmande Luxe” เป็นเมนูที่จะเสิร์ฟขนมที่แสนหรูหราหลากหลายชนิดในจานเดียว ทั้งเอแคลร์ราดช็อกโกแลต ทั้งมาการอง! เหมาะกับสาว ๆ ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ที่อยากทานขนมอย่างละนิดอย่างละหน่อยแต่อยากทานหลายอย่าง ใครเป็นสายช็อกต้องไปลองให้ได้

MARIAGE FRÈRES

 

 

ต่อไปคือ “MARIAGE FRÈRES” ใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาทีจากสถานีกินซ่า เป็นร้านน้ำชาที่ได้รับความนิยมมากว่า 160 ปีตั้งแต่ถือกำเนิดในฝรั่งเศสปี 1854 ในร้านขายใบชาชั้นดีที่บรรจุในกระป๋องสวยงาม ชาที่แนะนำคือ “Marco Polo” ในคาเฟ่นี้คุณสามารถเพลิดเพลินกับน้ำชาพร้อมกับขนมฝรั่งอย่างเค้กหรือสโคน โมเมนท์จิบชาทานขนม เป็นโมเมนท์ที่จะทำให้รู้สึกได้ถึงความหรูหราตนเองราวเป็นขุนนางชั้นสูงของฝรั่งเศสเลยทีเดียว

FAUCHON LE CAFE

 

 

 

ต่อไปคือ “FAUCHON LE CAFE” เดินจากสถานีนิปปงบาชิไปไม่ไกลนัก ที่คาเฟ่แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะได้เพลิดเพลินกับขนมหวานและน้ำชาเท่านั้น แต่ยังมีคอร์สอาหารฝรั่งเศสแท้ ๆ ให้ได้ทานอีกด้วย เมนูขนมแนะนำคือเฟรนช์โทสต์บริยอชที่โรยน้ำตาลเป็นรูปตัวอักษร F ทานคู่กับไอศกรีมทำให้อร่อยยิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อสั่งน้ำชา จะเสิร์ฟพร้อมนาฬิกาทรายเพื่อใช้วัดเวลาในการชงชา เป็นคาเฟ่สุดหรูที่เหมาะแก่การถ่ายรูปไปลงโซเชียลมาก ๆ

SALON BAKE & TEA

 

 

สุดท้ายคือ “SALON BAKE & TEA” อยู่ที่ชั้น 3 ของ NEW WoMan ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีชินจูกุ เป็นร้านยอดนิยมในหมู่สาว ๆ เพราะมีบรรยากาศหรูหราและมีขนมน่ารัก ๆ มากมาย นอกจากเค้กและขนมหวานแล้ว พาร์เฟ่ต์ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาก พาร์เฟ่ต์ที่วาดเป็นเลเยอร์สวยงามทำให้รู้สึกไม่กล้ากิน ช็อปปิ้งเสร็จเหนื่อย ๆ ก็มาแวะทานพาร์เฟ่ต์อร่อย ๆ เม้าท์มอยตามประสา girls talk

ชอบกันไหมคะกับร้านขนมฝรั่งเศสแบบหรูหราลักชูรี่ อยู่ในโตเกียวแถมยังเดินทางง่ายมาก ๆ มีโอกาสต้องไปลองจิบชาทานขนมอาฟเตอร์นูนทีกันนะคะ ^^    สล็อตเว็บตรง

Read More

ชงเองก็อร่อยได้เหมือนที่ร้าน!! ชากาแฟแบบก้อนแช่แข็ง…สินค้าใหม่จาก Coca-Cola ญี่ปุ่น

ในยุคที่การไปนั่งจิบชากาแฟในคาเฟ่ทำได้ไม่สะดวกเท่าไรนักเนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้คนเริ่มใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น

สายคาเฟ่ทั้งหลายต้องหันมาชงเครื่อมดื่มแก้วโปรดอย่างชาหรือกาแฟที่บ้าน แต่จากการสำรวจโดยบริษัท โคคาโคล่า (Coca-Cola) ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายปี 2020 พบว่า กว่าร้อยละ 67 อยากดื่มชากาแฟที่อร่อยเหมือนสั่งจากร้านได้ที่บ้านตัวเอง ทำให้ต้องใช้อุปกรณ์อย่างเครื่องชงกาแฟ หรืออุปกรณ์ดริปกาแฟมาเป็นตัวช่วย แต่กว่าร้อยละ 70 คิดว่าการล้างอุปกรณ์หลังใช้งานค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลา

ด้วยความคิดเห็นของกลุ่มลูกค้านี้ ทำให้ Coca-Cola เกือบไอเดียในการคิดค้นสินค้าใหม่ ที่ตามโจทย์สายคาเฟ่ที่ต้องผันตัวมาเป็นบาริสต้าที่บ้านตัวเอง นั่นคือชากาแฟแบบก้อนแช่แข็งอย่าง “1, 2, Cube” (วัน ทู คิวบ์) นั่นเอง!!

สินค้าภายในคอนเซปต์ “อร่อย สะดวก ง่าย และรักษ์สิ่งแวดล้อม”

“1, 2, Cube” เป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่ใช้เทคโลยีในการสกัดชากาแฟเข้มข้นจากใบชาและเมล็ดกาแฟโดยตรง ทำให้อยู่ในรูปก้อนสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ (คิวบ์) ขนาดเล็ก โดยใช้การแช่แข็ง ซึ่งวิธีนี้จะไม่ผ่านความร้อนระดับสูงซึ่งทำให้ชากาแฟเสียรสชาติและกลิ่นหอมไป

“1, 2, Cube” ชากาแฟในรูปแบบก้อนแช่แข็ง

อีกทั้งเจ้าคิวบ์นี้ยังมีรูพรุนขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแทรกอยู่ภายใน ทำให้สามารถละลายได้ง่ายในทั้งน้ำเย็นและน้ำร้อนอีกด้วย

นอกจากนี้ Coca-Cola ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ภายใต้คอนเซปต์ Eco-friendly หรือรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากแพ็กเกจจิ้งที่ใส่คิวบ์เหล่านี้จะมีแค่ถุงซิปที่ทำจากกระดาษเคลือบพลาสติกฟิล์มกันน้ำ ซึ่งแพกเกจจิ้งแบบนี้ลดการใช้พลาสติกลงถึงร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับแบบพลาสติกปกติ อีกทั้งไม่มีซองพลาสติกเล็กๆ ที่ใช้แยกปริมาณสำหรับชงต่อแก้วเหมือนเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงที่เห็นกันทั่วไป

ชงง่ายๆ ด้วยเวลาไม่ถึงนาที

ในช่วงแรก Coca-Cola จะออกเครื่องดื่มคิวบ์แช่แข็งนี้มาทั้งหมด 3 รสชาติ คือ ชาเขียว ชาข้าวบาร์เลย์ และกาแฟ โดยชาทั้งสองแบบจะเริ่มขายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2021 ตามมาด้วยกาแฟที่เริ่มขายวันที่ 28 มิถุนายน 2021 และวางจำหน่ายทางออนไลน์ในเว็บไซต์ Amazon ประเทศญี่ปุ่น สนนราคาสำหรับถุงบรรจุ 15 คิวบ์ ถุงละ 600 เยน (ประมาณ 180 บาท)

รสชาเขียว
รสชาข้าวบาร์เลย์
รสกาแฟ

สำหรับวิธีการชงก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ใส่ก้อนคิวบ์ลงในน้ำเย็นหรือน้ำร้อนตามชอบ ปริมาณน้ำที่แนะนำคือ 200-400 มิลลิลิตรสำหรับชา และ 130 มิลลิลิตรสำหรับกาแฟ โดยคิวบ์จะใช้เวลาละลายในน้ำไม่ถึง 1 นาที หรือเราจะใช้ช้อนคนเพื่อให้คิวบ์ละลายได้ดีขึ้นก็ได้เช่นกัน

 

เพียงแค่นี้เราก็จะได้ดื่มชากาแฟแสนอร่อยเหมือนซื้อจากคาเฟ่ได้ที่บ้านตัวเองแล้ว หวังว่าในอนาคต Coca-Cola จะออกสินค้าเครื่องดื่มชนิดอื่นออกมาอีกเยอะๆ ผู้เขียนเองก็ชักอยากจะซื้อมาลองชิมบ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่า Coca-Cola ประเทศไทยจะนำไอเดียนี้มาใช้กับสินค้าที่ขายในไทยบ้างไหมนะ      สล็อตเว็บตรง

Read More

ห้ามพลาด! SNOWS ขนมจากฮอกไกโดที่วางขายเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น

เพื่อน ๆ คนไหนที่ติดใจขนมของฮอกไกโดหรือกำลังหาของฝากจากฮอกไกโดอยู่ละก็ ห้ามพลาดขนมจากแบรนด์ SNOWS เลยล่ะค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นแบรนด์ขนมจากฮอกไกโดแท้ ๆ แล้ว ยังมีขายเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นของอร่อยสุดเอ็กคลูซีฟที่ควรค่าแก่การลิ้มรสสักครั้ง วันนี้เรามาดูกันว่าขนมจากแบรนด์ SNOWS นี้ จะน่ารักน่าชิมขนาดไหนค่ะ

SNOW SAND แซนวิชคุกกี้ไส้ช็อกโกแลต

แบรนด์ขนม SNOW SAND ก่อตั้งโดยผู้บริหารมือทอง นากานุมะ ชินทาโร่ เจ้าของร้าน BAKE ร้านชีสเค้กอันโด่งดังที่มีสาขาในประเทศไทย และร้านคิโนะโทะยะ ร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ในฮอกไกโด สินค้าเด่นก็คือแซนด์วิชคุกกี้ไส้ช็อกโกแลต เป็นการนำคุกกี้สองแผ่นมาประกบกัน สอดไส้ด้วยช็อกโกแลตเข้มข้นที่ทำจากนมของวัวที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ มีทั้งรสไวท์ช็อกโกแลตและมิลค์ช็อกโกแลต ส่วนตัวคุกกี้เป็นเนื้อ langue de chat (เหมือนกับตัวคุกกี้ของชิโรอิ โคอิบิโตะ หรือโคนของไอศกรีม cremia) ทำจากเนย น้ำตาล และแป้งจากฮอกไกโดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี

Mori no Ki บัตเตอร์มิลค์ช็อกโกแลต

 

นอกจากสินค้าสุดคลาสสิกอย่าง SNOW SAND แล้ว ทางแบรนด์ก็มีสินค้าใหม่ออกมาเหมือนกัน นั่นก็คือ Mori no Ki แปลเป็นไทยได้ว่าต้นไม้ในป่า รูปร่างของขนมทำเลียนแบบต้นไม้จริง ๆ มีกิ่งก้านสาขาออกมาสวยงาม เนื้อข้างในเป็นแป้งพายฉ่ำเนย เคลือบด้วยมิลค์ช็อกโกแลต ให้สีสันเหมือนต้นไม้จริงด้วยล่ะค่ะ

Mori no Miki มาการองบามคูเฮน

 

Mori no Miki เป็นขนมที่ทำเลียนแบบลำต้นของต้นไม้ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคือ Miki นั่นเอง ข้างในเป็นเนื้อบามคูเฮนชุ่มฉ่ำหอมเนย ชั้นนอกห่อด้วยเนื้อมาการอง และเข้าอบถึง 2 ครั้งด้วยกัน พอกัดเข้าไปจะรู้สึกได้ถึงความกรอบร่วนของเนื้อมาการองและความนุ่มนิ่มของเนื้อบามคูเฮน เรียกได้ว่าเป็นขนมไฮบริดที่แปลกใหม่ น่าลองจริง ๆ เลยล่ะค่ะ

เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ห้างไดมารุและชิบุย่าสแควร์ในโตเกียว ห้างโซโกในโยโกฮามา ห้างทากาชิมายะในโอซาก้า และร้าน ANA FESTA ที่สนามบินชิโทเสะในฮอกไกโดค่ะ แต่ละที่มีช่วงเวลาขายไม่เหมือนกัน ใครอยากไปซื้อเช็ควันเวลาดี ๆ ก่อนนะคะ ส่วนใครที่ไม่สะดวกเดินทางไปเขามีบริการขายออนไลน์เช่นกัน โดยสั่งผ่านไลน์อย่างเป็นทางการของร้านค้า (https://lin.ee/QLnenBS) โดยสามารถซื้อได้ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2021 – 14 มีนาคม 2022 เลยล่ะค่ะ แต่สินค้าแต่ละตัวจะขายในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ใครจ้องขนมตัวไหนอยู่อย่าลืมเช็ควันขายล่วงหน้าด้วยนะคะ          UFABET เว็บตรง

Read More

มารู้จักกับตาดอกบัตเตอร์เบอร์พร้อมวิธีประกอบอาหารฉบับคนญี่ปุ่น

หนึ่งในผักป่าที่สร้างความสดชื่นในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไปจนเดือนเมษายนในญี่ปุ่น คือ ตาดอกบัตเตอร์เบอร์ (Butterbur bud) หรือฟุคิโนะโทอุ (ふきのとう) มารู้จักผักป่าชนิดนี้และวิธีการที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานเพื่อสร้างความรู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิได้เข้ามาเยือนแล้วกันค่ะ

รู้จักตาดอกบัตเตอร์เบอร์

ในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนานหญ้าและพืชล้มลุกหลายชนิดมักจะเฉาตายเนื่องจากความหนาวเย็น จนเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิก็จะมีหน่อของต้นบัตเตอร์เบอร์งอกออกมาจากรากที่ฝังอยู่ใต้ดินและเริ่มบานดอกซึ่งเป็นระยะที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า ฟุคิโนะโทอุ และเป็นระยะที่พวกเขาเก็บเกี่ยวนำมารับประทาน เมื่อหน่อเจริญขึ้นก็จะมีก้านใบที่ยาวและคนญี่ปุ่นนำก้านใบมารับประทานในชื่อว่าฟุคิ  (ふき) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผักป่าที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

คุณค่าสารอาหารของตาดอกบัตเตอร์เบอร์

ตาดอกบัตเตอร์เบอร์เป็นผักที่มีรสชาติขมแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย กลิ่นหอมของผักชนิดนี้จะกระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยในระบบย่อยอาหาร และมีคุณค่าสารอาหารมากมายในปริมาณที่ค่อนข้างสูง ได้แก่ โพแทสเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก แคโรทีน วิตามินอี และกรดโฟลิก อีกทั้งอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกได้ดี

วิธีการเตรียมและการนำมารับประทาน

ตาดอกบัตเตอร์เบอร์ประกอบด้วยสารพิษตามธรรมชาติชื่อ Pyrrolizidine alkaloids ซึ่งทำให้เกิดรสขมและมีพิษต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม คนญี่ปุ่นใช้การต้มผักชนิดนี้ในน้ำเกลือและแช่น้ำเย็นไว้ซักครู่เพื่อขจัดเอาสารพิษตามธรรมชาติดังกล่าวออกไป สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทอดเทมปุระ ผัดกับมิโซะ นำมาต้มแบบญี่ปุ่น ซึคุดานิ และนำมาผัดกับสปาร์เก็ตตี้ เป็นต้น

ตาดอกบัตเตอร์เบอร์ผัดมิโซะ
เทมปุระตาดอกบัตเตอร์เบอร์

วิธีการทำตาดอกบัตเตอร์เบอร์มิโซะเมนูยอดนิยมของคนญี่ปุ่น

วัตถุดิบ

  • ตาดอกบัตเตอร์เบอร์ 100 กรัม
  • น้ำมันเล็กน้อย
  • น้ำตาลและมิโซะ อย่างละ 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

1. นำตาดอกบัตเตอร์เบอร์มาล้างให้สะอาด และหั่นเอาส่วนที่เป็นสีน้ำตาลออก จากนั้นนำมาต้มในน้ำเดือด 1.5 ลิตร ที่มีส่วนผสมของเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ เป็นเวลา 3-4 นาที จากนั้นจึงนำตาดอกบัตเตอร์เบอร์แช่ในน้ำ 2 ลิตร เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง และเปลี่ยนน้ำตามสมควร จากนั้นจึงนำตาดอกมาเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษชำระสำหรับงานครัว

2. นำตาดอกบัตเตอร์เบอร์ที่ผ่านการต้มมาหั่นให้ละเอียด

 

3. ตั้งกระทะบนไฟขนาดกลาง เติมน้ำมันลงไป และเติมตาดอกบัตเตอร์เบอร์ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดจนนิ่ม แล้วจึงเติมเครื่องปรุงรส คือ น้ำตาล มิโซะ และมิรินลงไป ผัดอีก 3-4 นาที จนของเหลวแห้ง แล้วจึงตักใส่ถ้วยและนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

ผักป่าบ่งบอกถึงความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่ความความหนาวเย็น แม้จะมีรสขมบ้างแต่รสชาติความอร่อยแห่งฤดูกาลนั้นสร้างความสุขง่ายๆ ให้แก่คนญี่ปุ่นจริงๆ ค่ะ    สล็อตเว็บตรง

Read More

เที่ยวโอกินาว่ากับทัวร์ 5 เกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่

เชื่อมั้ยคะว่าโอกินาว่ามีหาดทรายสีขาว และน้ำทะเลสีมรกตเยอะพอๆกับดวงดาวเลยทีเดียว ! แต่ในจำนวนเกาะทั้งหมดนั้น มีเกาะจำนวนมากที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แค่ได้ยินว่าเกาะที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเลยใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราจะมาแนะนำทัวร์ 5 เกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ในโอกินาว่า สวรรค์บนดินที่เราสามารถเดินทางไปเที่ยวได้แบบชิลๆ

1.เกาะนากันนุ

เกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ที่เดินทางไปง่ายที่สุด คือ เกาะนากันนุ (ナガンヌ島) เป็นหนึ่งในหมู่เกาะเครามะ (慶良間諸島) ซึ่งอุดมไปด้วยระบบนิเวศทางทะเลและปะการังอันสวยงาม ที่นี่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี ค.ศ.2014

การเดินทางไปที่เกาะนากันนุ นั้นง่ายมากๆ สามารถนั่งรถไฟ Yui Rail จากสถานีมิเอะบะชิ (美栄橋) ใช้เวลา 10 นาที มาถึงท่าเรือโทมาริ (泊港) จากนั้นให้ขึ้นเรือต่อมาที่เกาะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แม้ว่าเกาะนากันนุจะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่ที่นี่มีสถานที่ให้พักผ่อนและมีร้านอาหาร รวมทั้งร้านค้าตั้งอยู่ด้วย เกาะร้างที่ไม่มีใครอาศัยอยู่แห่งนี้จึงสะดวกสบายมากกว่าเกาะร้างอื่นๆ คนที่ไม่เคยไปเที่ยวเกาะร้าง ก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจเลยค่ะ

กิจกรรมบนเกาะมากมายรอคุณอยู่

กิจกรรมบนเกาะมีให้ทำมากมาย ทั้งดำน้ำ, เวคบอร์ด และบานาน่าโบ๊ท ส่วนใครที่อยากนอนอาบแดด หรือ พักผ่อนบริเวณชายหาด ที่นี่มีกระท่อมและร่มชายหาดพร้อมที่นอนให้เช่าด้วย กีฬาทางน้ำเปิดให้บริการระหว่างเดือนเมษายน – เดือนตุลาคม เท่านั้น แต่ในฤดูหนาวก็สามารถเช่าเซกเวย์มาเล่นได้ เพราะเซกเวย์มีให้บริการตลอดทุกฤดูกาลค่ะ

ข้อมูลทัวร์และการเดินทาง
จากสนามบินนาฮะ นั่งรถไฟ Yui Rail มาลงที่สถานีมิเอะบะชิ (美栄橋) จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที ไปที่ท่าเรือโทมาริ (泊港)
ขึ้นเรือจากท่าเรือประมาณ 20 นาที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ nagannu

2.เกาะโย (เกาะนัปปุ)

เกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่และมีขนาดเล็กมากจนเกือบจะไม่มีอยู่บนแผนที่ เกาะโย (ヨウ島) หรือเรียกอีกชื่อว่าเกาะนัปปุ (ナップ島) เป็นเกาะร้างที่มีเจ้าของ เป็นเกาะส่วนตัวของโรงแรม Hotel Moon Beach Resort ตั้งอยู่ที่เมืองอนนะ (恩納村)

แน่นอนว่าที่เกาะส่วนตัวแห่งนี้ ทุกคนสามารถดำน้ำได้เหมือนกับที่อื่นๆ แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านั้นคือ ที่นี่มี “ทัวร์เจ็ทสกี” เอาใจคนรักความท้าทายด้วย และสำหรับคนที่ชอบการทาน แนะนำให้ไป “ทัวร์ปิกนิก เป็นทัวร์ที่มีบาร์บีคิวปิ้งย่างเสิร์ฟให้ได้ทานกันฟินๆ ท่ามกลางธรรมชาติของเกาะที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้หลากสี ลองไปเที่ยวกับทัวร์ท่องเที่ยวของโรงแรม Hotel Moon Beach Resort เลือกทำกิจกรรมสนุกๆบนเกาะส่วนตัวดูกันเถอะค่ะ รับรองว่าสนุกจนไม่อยากกลับเลยล่ะ

แพ็คเกจทัวร์มีขายแยก ไม่จำเป็นต้องพักที่โรงแรมก็สามารถจองทัวร์ของโรงแรมไปเที่ยวกันได้ เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ด้านล่าง แล้วตามไปเที่ยวกันเลย

ข้อมูลทัวร์และการเดินทาง
จากสนามบินนาฮะ เดินทางด้วยรถยนต์มาที่โรงแรม Hotel Moon Beach Resort ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที และนั่งเจ็ทโบ๊ทจากมูนบีชไปต่อประมาณ 10 นาที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ moonbeach

3.เกาะบาราสุ

เกาะบาราสุ (バラス島) ตั้งอยู่ห่างจากทางตอนเหนือของเกาะอิริโอะโมะเตะ (西表島) ประมาณ 3 กิโลเมตร เกาะบาราสุ ตามภาษาโอกินาว่า แปลว่า ชิ้นส่วนที่แตกหักของปะการัง

และเหมือนกับความหมายของชื่อเกาะ เกาะแห่งนี้เกิดจากชิ้นส่วนที่แตกหักของปะการังสีขาวที่ผุดขึ้นมาอยู่กลางทะเล ลักษณะของเกาะเหมือนกับ “สันทราย” มากกว่าเกาะ ถ้าดูภาพประกอบจะเข้าใจเลยค่ะ

ลักษณะของเกาะจะเปลี่ยนไปตามน้ำขึ้น-น้ำลง แต่น้ำไม่เคยขึ้นจนเกาะจมหายไป ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับปะการังและความเงียบสงบของที่นี่ได้ กิจกรรมที่ทำได้มีเพียงแค่การดำน้ำเท่านั้น แต่รับรองว่าสนุกอย่างแน่นอน

ไม่ไกลจากชายหาด สามารถมองเห็นฝูงปลาการ์ตูนลายปล้องได้ และถ้าโชคดี อาจจะได้เห็นเต่าทะเลว่ายน้ำมาแถวๆเกาะด้วยค่ะ เช็คดูข้อมูลทัวร์จากด้านล่าง แล้วออกเดินทางไปเที่ยวเกาะบาราสุกันเลย !

ข้อมูลทัวร์ดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
tabione

4.ฮาเทะโนะฮะมะ

ฮาเทะโนะฮะมะ (はての浜) เป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาว ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะคุเมะ (久米島) แบ่งเป็น 3 เกาะ คือ มาเอะโนะฮะมะ (前の浜), นะกะโนะฮะมะ (中の浜) และฮาเทะโนะฮามะ (後の浜) รวมกันทั้งหมดเรียกว่า “ฮาเทะโนะฮะมะ” ชายหาดฮาเทะโนะฮะมะเป็นตัวแทนแหล่งท่องเที่ยวของเกาะคุเมะ และยังมีชื่อเสียงว่า เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดในเอเชียอีกด้วย

ดูจากภาพจะเห็นว่าน้ำทะเลของที่นี่ใสมาก ความสวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว ที่นี่มีกิจกรรมดำน้ำทั้งแบบสน็อกเกิ้ล และดำน้ำลึก และสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เก่ง ที่นี่มี “ทัวร์เรือท้องแก้ว” ให้บริการด้วย จองทัวร์ที่ถูกใจ แล้วไปเที่ยวกันได้เลย


ถ้าจะไปฮาเทะโนะฮะมะ ต้องไปช่วงนี้…

 

ฮาเทะโนะฮะมะเป็นเกาะหาดทราย ช่วงที่น้ำลดจะเห็นหินมากมายตามชายฝั่ง ถ้าอยากไปเที่ยวแล้วเจอหาดทรายแบบในรูปภาพ แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงที่น้ำลด และหลีกเลี่ยงช่วงน้ำขึ้นสูง ซึ่งมี 2 ครั้งต่อเดือน ส่วนช่วงที่น้ำขึ้นปานกลางก็เป็นช่วงที่แนะนำให้ไปเที่ยวเช่นกันค่ะ

ข้อมูลทัวร์ดูเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
tabione

5.เกาะโคะมะกะ

เกาะโคะมะกะ (コマカ島) เป็นเกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองนันโจ, จิเนน (南城市知念) เดินทางด้วยสปีดโบ๊ทจาก Chinen Leisure Center ใช้เวลา 15 นาที ก็จะถึงเกาะโคะมะกะ เกาโคะมะกะมีความกว้างรอบเกาะประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาเดินรอบเกาะประมาณ 15 นาที เท่านั้นเองค่ะ

เกาะโคะมะกะเป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากแนวปะการัง จึงมีความสวยงามมาก แต่การเดินด้วยเท้าเปล่าบนเกาะ อาจจะทำให้เจ็บเท้าหรือเป็นแผลได้ แต่ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ที่เกาะแห่งนี้มีหาดทรายละเอียดนุ่มอยู่ด้วย เด็กๆสามารถเดินเล่นได้อย่างปลอดภัยค่ะ

ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม !

เนื่องจากเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ ควรเตรียมอาหารและเครื่องดื่มติดตัวไปด้วย โดยเฉพาะวันที่มีอากาศร้อนจัด ควรจะเตรียมตัวไปให้พร้อม จะได้สนุกบนเกาะอย่างเต็มที่

ข้อมูลทัวร์และการเดินทาง
จากสนามบินนาฮะมุ่งไปทางเมืองจิเนน เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 50 นาที จากนั้นขึ้นเรือที่ Chinen Leisure Center ไปต่ออีกประมาณ 15 นาที
ราคาผู้ใหญ่: 2,500 เยน เด็ก: 1,250 เยน เด็กที่อยู่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษา : ฟรี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ chinenmarine

จองทัวร์ไปผจญภัยบนเกาะร้างกันเถอะ !

เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มสนใจอยากจะไปเที่ยวเกาะร้างที่ไม่มีใครอาศัยอยู่ขึ้นมากันบ้างแล้วใช่มั้ย จองทัวร์ที่ถูกใจ แล้วออกไปผจญภัยบนเกาะร้างกันเลย !  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Read More

ส่องดูเครื่อง Boeing จาก ZIPAIR พร้อมพาทุกคนไปญี่ปุ่นภายในพฤษภาคม 2020!

หลังจากที่ Japan Airlines เปิดตัวบริษัทลูก ZIPAIR Tokyo Inc. เพื่อตีตลาด LCC เมื่อกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา ล่าสุด ZIPAIR เปิดภาพภายในเครื่อง Boeing 787-8 ที่จะเริ่มให้บริการครั้งแรกวันที่ 14 พฤษภาคม 2020 ที่จะถึงนี้ สำหรับที่นั่งและอุปกรณ์ภายในเครื่องจะหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น ตามไปดูกันค่ะ

การตกแต่งสีเป็นไปอย่างเรียบง่ายโดยใช้สีเข้มอย่างสีดำตัดกับสีอ่อนของสีเทาเพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายแม้ต้องนั่งเครื่องนาน ลูกเล่นของสีนั้นคือเมื่อผู้โดยสารเดินเข้าไปในเครื่องจะเห็นเบาะสีดำเรียงกันเต็มไปหมด แต่เมื่อนั่งลงประจำที่แล้ว ผู้โดยสารจะได้เห็นสีเทาอ่อนดูสะอาดตาแทน

boeing 787-8 front
เมื่อเดินเข้าเครื่องจะเห็นเบาะสีดำเรียงรายอยู่
boeing 787-8 seat back
แต่เมื่อนั่งลง จะเห็นสีเทาสะอาดสบายตาแทน

แม้ว่าเบาะหลังจะไม่มีจอมอนิเตอร์ให้เล่นอย่างเครื่องบินอื่น แต่ที่นั่งถูกออกแบบให้ผู้โดยสารสามารถเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตของตัวเองได้  โดยสามารถเล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนัง ช็อปปิ้งบนเครื่อง และอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ ทาง ZIPAIR แถมเกร็ดมานิดนึงสำหรับผู้โดยสารที่ห่วงเรื่องความสะอาดและห้องน้ำ โดยห้องน้ำทั้งหมด 3 ที่ที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องเป็นสุขภัณฑ์จาก TOTO และมีหัวฉีดน้ำอุ่นให้ด้วย

ที่นั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ!

เครื่อง Boeing 787-8 มีที่นั่งทั้งหมด 290 ที่นั่ง แบ่งเป็น ZIP Full-Flat 18 ที่นั่ง และแบบ Standard 272 ที่นั่ง โดยแบ่งสำหรับผู้โดยสารแต่ละชั้นตามนี้

ZIP Full-Flat สำหรับชั้น Business

ที่นั่ง ZIP Full-Flat เป็นที่นั่งบุด้วยหนังแท้และสามารถปรับเบาะให้นอนราบได้สมชื่อ ทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างอิสระ พร้อมฉากกั้นให้ความเป็นส่วนตัวขณะเดินทางประหนึ่งนั่งโซฟาส่วนตัวที่บ้าน นอกจากนี้ แต่ละที่นั่งยังมีไฟอ่านหนังสือและอุปกรณ์ชาร์จไฟเพื่ออำนวยความสะดวกอีกด้วย

Standard สำหรับชั้น Economy

ที่นั่ง Standard บุด้วยหนังเทียมและอำนวยความสะบายด้วยความกว้างหน้า-หลัง 79 ซม. และด้านข้าง 43 ซม. ความพิเศษของที่นั่ง Standard คือเมื่อปรับเบาะเอน เบาะนั่งจะเลื่อนไปข้างหน้าพร้อมๆ กับที่พนักพิงเอนลง เท่านี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าเราจะเอนเบาะไปเบียดผู้โดยสารคนอื่นแล้ว

 

นอกจากนี้ ตัวเบาะยังถูกออกแบบให้นอนสบายจนรู้สึกเหมือนนอนเปล และแม้จะไม่มีจอมอนิเตอร์ให้เล่น แต่ที่นั่ง Standard มีที่วางแท็บเล็ต / มือถือ พร้อมที่ชาร์จให้เช่นกัน

อุปกรณ์ชารจ์ไฟ สามารถชาร์จ Laptop ได้ด้วย!

ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของ Boeing 787-8

สำหรับตัวเครื่อง Boeing 787-8 นี้ แม้ว่าจะเป็นเครื่องบิน LCC แต่เครื่อง Boeing นี้สามารถบินได้เทียบเท่าเครื่องบินรุ่นอื่นที่ใหญ่กว่า และมีประสิทธิภาพในการลดมลภาวะในการเดินทางกว่าเครื่องบินอื่นถึง 20% นอกจากนี้ เสียงรบกวนจากการเดินเครื่องยังลดลง ทำให้การเดินทางเงียบและนุ่มนวลขึ้น เมื่อเทียบกับเครื่องบินขนาดกลางอื่นๆ ที่ผ่านมา Boeing 787-8 ยังมีหน้าต่างที่ใหญ่กว่า และมีการปรับอุณหภูมิและความดันอากาศให้เหมาะสมมากกว่าอีกด้วย

เริ่มอยากลองนั่งเพื่อพิสูจน์กันแล้วใช่ไหมคะ? รอจองตั๋วกันเดือนพฤษภาคม 2020 นี้เลยค่ะ แล้วมาลองสัมผัสประสบการณ์เดินทางที่เหนือระดับไปอีกขั้น ในราคาที่สบายกระเป๋ากันค่ะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Read More